แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขายส่งเสื้อผ้าเด็ก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขายส่งเสื้อผ้าเด็ก แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เสื้อ+กางเกงเด็กชายลายการ์ตูนรูปกบ Nishimatsu house เกรดพรีเมี่ยมจากแบรนด์ชั้นนำส่งออกญี่ปุ่น รหัส BSB009WS ไซส์ 80,90,95,120 cm*ส่งฟรี*




ขายปลีกพร้อมส่งราคา 300 บาท/ชุด *ส่งฟรี*
เหลือไซส์ 80 จำนวน 1 ชุด *ส่งฟรี*
เหลือไซส์ 90 จำนวน 1 ชุด *ส่งฟรี*
เหลือไซส์ 95 จำนวน 1 ชุด *ส่งฟรี*
เหลือไซส์ 120 จำนวน 2 ชุด *ส่งฟรี*
*ด่วนมีจำนวนจำกัด*

สั่งสินค้าได้จากลิ้งค์ด้านล่างจ้าา
http://www.macaroonies.net/product/3090/ขายปลีกพร้อมส่ง-เสื้อผ้าเด็กขายปลีก-เสื้อกางเกงเด็กชายลายการ์ตูนรูปกบ-nishimatsu-house-เกรดพรีเมี่ยมจากแบรนด์ชั้นนำส่งออกญี่ปุ่น-รหัส-bsb009-ไซส์-809095120-cm

ขายส่งยกแพ็ค (พร้อมส่ง) 5 ชุด/แพ็ค ไซส์ 80(1 ชุด),90(1 ชุด),95(1 ชุด),120(2 ชุด) cm
ราคา 650 บาท/แพ็ค สมาชิกรับราคาพิเศษลด 10%

สั่งสินค้าได้จากลิ้งค์ด้านล่างจ้าา
http://www.macaroonies.net/product/3089/ขายส่งพร้อมส่ง-เสื้อผ้าเด็กขายส่ง-ยกแพ็ค-5-ชุดคละไซส์-เสื้อกางเกงเด็กชายลายการ์ตูนรูปกบ-nishimatsu-house-เกรดพรีเมี่ยมจากแบรนด์ชั้นนำส่งออกญี่ปุ่น-รหัส-bsb009ws-ไซส์-809095120-cm

พบสินค้าทั้งหมดได้ที่ http://www.macaroonies.net/


โพสต์โดย W. Bond

วันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เสื้อเชิ้ตเด็กผู้ชายผ้าฝ้ายสไตล์เกาหลี 2014 เกรดพรีเมี่ยมแบรนด์ชั้นนำส่งออกเกาหลี รหัส YYL001WS ไซส์ 90,100,110,120,130 cm *ส่งฟรี*




ขายปลีกพร้อมส่งราคา 590 บาท/ตัว *ส่งฟรี*
เหลือไซส์ 90 จำนวน 1 ตัว *ส่งฟรี*
เหลือไซส์ 100 จำนวน 1 ตัว *ส่งฟรี*
เหลือไซส์ 110 จำนวน 1 ตัว *ส่งฟรี*
เหลือไซส์ 120 จำนวน 1 ตัว *ส่งฟรี*
เหลือไซส์ 130 จำนวน 1 ตัว *ส่งฟรี*
*ด่วนมีจำนวนจำกัด*

สั่งสินค้าได้จากลิ้งค์ด้านล่างจ้าา
http://www.macaroonies.net/product/2892/ขายปลีกพร้อมส่ง-เสื้อผ้าเด็กขายปลีก-เสื้อเชิ้ตเด็กผู้ชายผ้าฝ้ายสไตล์เกาหลี-2014-เกรดพรีเมี่ยมแบรนด์ชั้นนำส่งออกเกาหลี-รหัส-yyl001-ไซส์-90100110120130-cm

ขายส่งยกแพ็ค (พร้อมส่ง) 5 ตัว/แพ็ค ไซส์ 90,100,110,120,130 cm ไซส์ละ 1 ตัว
ราคา 1,450 บาท/แพ็ค สมาชิกรับราคาพิเศษลด 10%

สั่งสินค้าได้จากลิ้งค์ด้านล่างจ้าา
http://www.macaroonies.net/product/2883/ขายส่งพร้อมส่ง-เสื้อผ้าเด็กขายส่ง-ยกแพ็ค-5-ตัวคละไซส์-เสื้อเชิ้ตเด็กผู้ชายผ้าฝ้ายสไตล์เกาหลี-2014-เกรดพรีเมี่ยมแบรนด์ชั้นนำส่งออกเกาหลี-รหัส-yyl001ws-ไซส์-90100110120130-cm

พบสินค้าทั้งหมดได้ที่ http://www.macaroonies.net/

โพสต์โดย W. Bond

วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เสื้อสเวทเตอร์เด็กผ้าฝ้ายแขนยาวพร้อมเสื้อคลุมมีฮูดด้วย เกรดพรีเมี่ยมจากแบรนด์ชั้นนำส่งออกเกาหลี รหัส JCG051WS ไซส์ 100,110,120,130,140 cm *ส่งฟรี*





ขายปลีกพร้อมส่งราคา 540 บาท/ตัว *ส่งฟรี*
เหลือไซส์ 100 จำนวน 1 ตัว *ส่งฟรี*
เหลือไซส์ 110 จำนวน 1 ตัว *ส่งฟรี*
เหลือไซส์ 120 จำนวน 1 ตัว *ส่งฟรี*
เหลือไซส์ 130 จำนวน 1 ตัว *ส่งฟรี*
เหลือไซส์ 140 จำนวน 1 ตัว *ส่งฟรี*
*ด่วนมีจำนวนจำกัด*

สั่งสินค้าได้จากลิ้งค์ด้านล่างจ้าา
http://www.macaroonies.net/product/2639/ขายปลีกพร้อมส่ง-เสื้อผ้าเด็กขายปลีก-เสื้อสเวทเตอร์เด็กผู้หญิงผ้าฝ้ายแขนยาวพร้อมเสื้อคลุมมีฮูดด้วย-เกรดพรีเมี่ยมจากแบรนด์ชั้นนำส่งออกเกาหลี-รหัส-jcg051-ไซส์-100110120130140-cm

ขายส่งยกแพ็ค (พร้อมส่ง) 5 ตัว/แพ็ค ไซส์ 100,110,120,130,140 cm ไซส์ละ 1 ตัว
ราคา 1,340 บาท/แพ็ค สมาชิกรับราคาพิเศษลด 10%

สั่งสินค้าได้จากลิ้งค์ด้านล่างจ้าา
http://www.macaroonies.net/product/2635/ขายส่งพร้อมส่ง-เสื้อผ้าเด็กขายส่ง-ยกแพ็ค-5-ตัว-คละไซส์-เสื้อสเวทเตอร์เด็กผู้หญิงผ้าฝ้ายแขนยาวพร้อมเสื้อคลุมมีฮูดด้วย-เกรดพรีเมี่ยมจากแบรนด์ชั้นนำส่งออกเกาหลี-รหัส-jcg051ws-ไซส์-100110120130140-cm

พบสินค้าทั้งหมดได้ที่ http://www.macaroonies.net/


โพสต์โดย W. Bond

วันพุธที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ชุดกันหนาวเด็กผู้หญิง เสื้อสเวทเตอร์เด็กผู้หญิงสไตล์เกาหลีแขนยาว ฮูดหูกระต่าย เกรดพรีเมี่ยม แบรนด์ cm.pie รหัส JCG011WS ไซส์ 90,100,110,120,130 cm *ส่งฟรี*


ขายปลีกพร้อมส่งราคา 750 บาท/ตัว สีชมพู *ส่งฟรี*
เหลือไซส์ 90 cm จำนวน 1 ตัว *ส่งฟรี*
เหลือไซส์ 100 cm จำนวน 1 ตัว *ส่งฟรี*
เหลือไซส์ 110 cm จำนวน 1 ตัว *ส่งฟรี*
เหลือไซส์ 120 cm จำนวน 1 ตัว *ส่งฟรี*
เหลือไซส์ 130 cm จำนวน 1 ตัว *ส่งฟรี*
*ด่วนมีจำนวนจำกัด*

สั่งสินค้าได้จากลิ้งค์ด้านล่างจ้าา
http://www.macaroonies.net/product/3096/ขายปลีกพร้อมส่ง-เสื้อผ้าเด็กขายปลีก-เสื้อกันหนาว-เสื้อสเวทเตอร์เด็กผู้หญิงสไตล์เกาหลีแขนยาว-ฮูดหูกระต่าย-เกรดพรีเมี่ยม-แบรนด์-cm-pie-รหัส-jcg011-ไซส์-90100110120130-cm

ขายส่งยกแพ็ค (พร้อมส่ง) 5 ตัว/แพ็ค ไซส์ 90,100,110,120,130 cm ไซส์ละ 1 ชุด
ราคา 1,870 บาท/แพ็ค สมาชิกรับราคาพิเศษลด 10%

สั่งสินค้าได้จากลิ้งค์ด้านล่างจ้าา
http://www.macaroonies.net/product/3091/ขายส่งพร้อมส่ง-เสื้อผ้าเด็กขายส่ง-ยกแพ็ค-5-ตัว-คละไซส์-เสื้อกันหนาว-เสื้อสเวทเตอร์เด็กผู้หญิงสไตล์เกาหลีแขนยาว-ฮูดหูกระต่าย-เกรดพรีเมี่ยม-แบรนด์-cm-pie-รหัส-jcg011ws-ไซส์-90100110120130-cm

พบสินค้าทั้งหมดได้ที่ http://www.macaroonies.net/


โพสต์โดย W. Bond

วันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เสื้อกันหนาว เสื้อแจ็คเก็ตขนสัตว์พร้อมฮูดลายเสือดาวหิมะ เกรดพรีเมี่ยมจากแบรนด์ชั้นนำส่งออกเกาหลี รหัส JCG052 ไซส์ 9-12M,12-18M,18-24M,24-36M *ส่งฟรี*





ขายปลีกพร้อมส่งราคา 620 บาท/ตัว *ส่งฟรี*
เหลือไซส์ 9-12M จำนวน 1 ตัว *ส่งฟรี*
เหลือไซส์ 12-18M จำนวน 1 ตัว *ส่งฟรี*
เหลือไซส์ 18-24M จำนวน 2 ตัว *ส่งฟรี*
เหลือไซส์ 24-36M จำนวน 2 ตัว *ส่งฟรี*
*ด่วนมีจำนวนจำกัด*

สั่งสินค้าได้จากลิ้งค์ด้านล่างจ้าา
http://www.macaroonies.net/product/3103/ขายปลีกพร้อมส่ง-เสื้อผ้าเด็กขายปลีก-เสื้อกันหนาว-เสื้อแจ็คเก็ตขนสัตว์พร้อมฮูดลายเสือดาวหิมะ-เกรดพรีเมี่ยมจากแบรนด์ชั้นนำส่งออกเกาหลี-รหัส-jcg052-ไซส์-9-12m12-18m18-24m24-36m

ขายส่งยกแพ็ค (พร้อมส่ง) 6 ตัว/แพ็ค ไซส์ 9-12M(1 ตัว),12-18M(1 ตัว),18-24M(2 ตัว),24-36M(2 ตัว)
ราคา 1,790 บาท/แพ็ค สมาชิกรับราคาพิเศษลด 10%

สั่งสินค้าได้จากลิ้งค์ด้านล่างจ้าา
http://www.macaroonies.net/product/3102/ขายส่งพร้อมส่ง-เสื้อผ้าเด็กขายส่ง-ยกแพ็ค-6-ตัว-คละไซส์-เสื้อกันหนาว-เสื้อแจ็คเก็ตขนสัตว์พร้อมฮูดลายเสือดาวหิมะ-เกรดพรีเมี่ยมจากแบรนด์ชั้นนำส่งออกเกาหลี-รหัส-jcg052ws-ไซส์-9-12m12-18m18-24m24-36m

พบสินค้าทั้งหมดได้ที่ http://www.macaroonies.net/


โพสต์โดย W. Bond

วันอังคารที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2557

8 เคล็ดลับทำให้ลูกนอนหลับได้ง่ายขึ้น


1. ใช้เสียงกล่อม

           สิ่งที่ลูกของคุณต้องการก็คือความใกล้ชิด และความอบอุ่นจากคุณ ดังนั้นก่อนนอน คุณก็อาจจะกล่อมลูกด้วยเสียงเพลงของคุณก็ได้ แต่ถ้าหากร้องเพลงกล่อมอย่างเดียวไม่ได้ผล ก็แนะนำให้คุณอุ้มลูกขึ้นมาไว้แนบอกพร้อมร้องเพลงกล่อมลูกไปด้วย ซึ่งรับรองว่าวิธีนี้ลูกของคุณจะหลับสนิทภายใน 10 นาทีนี้แน่นอน

2. ห่อตัวลูกด้วยผ้า (เสื้อผ้าเด็กขายส่ง macaroonies)

           ผิวเด็กเนี่ยบอบบางกว่าผิวของผู้ใหญ่มาก ดังนั้นเด็กจะรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในอากาศได้ง่ายกว่า ฉะนั้นถ้าคุณให้ลูกใส่แค่ชุดนอนเพียงชุดเดียวอาจจะไม่เพียงพอ ดังนั้นก่อนลูกนอนควรห่อตัวลูกด้วยผ้าอ้อม หรือผ้าอะไรก็ได้ที่ไม่ระคายเคืองผิวลูก เพื่อทำให้เด็กรู้สึกอบอุ่น เหมือนอยู่ในอ้อมอกของคุณแม่ยังไงล่ะ 

3. ลูบท้องเด็ก

           สาเหตุที่ทำให้ลูกของคุณนอนไม่หลับ อาจจะมาจากเสียงท้องของลูกก็ได้ ฉะนั้นหลังจากที่คุณอุ้มลูกไปวางที่เตียงแล้ว ก็ลองลูบท้องของลูกโดยวนตามเข็มนาฬิกาก็ได้ค่ะ เพราะวิธีนี้จะช่วยให้ลูกของคุณรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น และเมื่อลูกรู้สึกปลอดภัยก็จะทำให้ลูกนอนหลับได้ง่ายขึ้นด้วยค่ะ

4. ลดแสงสว่างในห้อง

           ร่างกายของลูกนั้นจะปรับเวลาการนอนตามแสงสว่าง ซึ่งถ้ามีแสงสว่างลอดเข้ามาเมื่อไหร่ สมองก็จะสั่งให้ร่างกายของลูกตื่นขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ดังนั้นถ้าคุณไม่อยากให้ลูกตื่นขึ้นมากลางดึกล่ะก็ ก่อนที่คุณจะปล่อยให้ลูกนอนก็ควรดับไฟทุกดวงในห้องให้สนิท เพื่อให้ลูกสามารถนอนหลับได้อย่างเต็มที่ โดยไม่มีแสงสว่างเข้ามารบกวนการนอนของลูกยังไงล่ะ

5. ปรับเวลากิจวัตรให้ตรงกันทุกวัน

           กิจวัตรประจำวันของเด็กนั้นไม่มีอะไรมากไปกว่าการตื่นนอน กินข้าว เล่น พักผ่อน และนอนหลับ ดังนั้นเมื่อลูกตื่นขึ้นมาในแต่ละวัน คุณแม่ก็ควรปรับเวลาแต่ละอย่าง แต่ละวันให้ตรงกัน ถ้าคุณทำได้สักประมาณ 2 อาทิตย์ สมองของลูกก็จะรับรู้ว่าเวลาไหนควรทำอะไร แล้วสมองก็จะสั่งร่างกายให้ทำไปโดยอัตโนมัติ เมื่อถึงเวลา เช่นเมื่อถึงเวลานอนลูกก็จะเข้านอนทันทีเมื่อถึงเวลา แล้วคุณก็คลายความกังวลเรื่องการนอนของลูกไปได้เลย

6. ให้ลูกอิ่มก่อนเข้านอน

           ถ้าคุณไม่อยากตื่นขึ้นมาเพราะเสียงท้องร้องของลูกล่ะก็ ก่อนนอนคุณควรให้ลูกกินซีเรียล หรืออาหารอ่อน ๆ สำหรับเด็กสักเล็กน้อย เพราะจะทำให้เขารู้สึกสบายตัว และนอนหลับได้อย่างเต็มที่ 

7. ขัดตัวให้ลูก

           บางครั้งลูกอาจจะรู้สึกเหนอะตัว เพราะเหงื่อไคล หรือคราบสกปรกต่าง ๆ อาจจะทำให้ลูกรู้สึกอึดอัดจนนอนไม่หลับก็ได้ ดังนั้นคุณควรใช้ฟองน้ำหรือผ้าขัดตัวลูกด้วย ประมาณ 1 - 2 ครั้งต่ออาทิตย์ สำหรับผิวธรรมดา แต่ถ้าลูกของคุณมีผิวแห้ง ขัดตัวแค่อาทิตย์ละครั้งก็พอค่ะ

8. ให้ลูกนอนในเตียงเด็ก

           ถ้าคุณพาลูกออกไปซื้อของ หรือพาลูกออกไปนั่งเล่นในร้านกาแฟ แล้วในระหว่างนั้นลูกของคุณเกิดอาการง่วงล่ะก็ คุณควรพยายามหาวิธีทำให้ลูกตื่นตัวอยู่เสมอในช่วงที่อยู่ข้างนอก แล้วค่อยพากลับมานอนที่บ้านเมื่อเสร็จธุระ เพื่อไม่ให้ลูกติดนิสัยนอนผิดที่ผิดเวลา

           หวังว่าเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่กระปุกดอทคอมนำมาฝากกันในวันนี้ จะช่วยคลายความกังวลเรื่องการนอนของลูกได้มากขึ้นนะคะ ซึ่งลูกของแต่ละคนก็มีนิสัยการนอนที่แตกต่างกัน ดังนั้นคุณแม่ก็ลองดูแล้วกันนะคะว่าวิธีไหน ที่จะทำใหคุณส่งลูกเข้านอนได้ง่ายที่สุดบ้าง

โพสต์โดย W. Bond

วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ชุดเดรสเด็กผู้หญิงผ้าฝ้ายยีนส์ลาย Vintage Blue เกรดพรีเมี่ยมจากแบรนด์ชั้นนำส่งออกยุโรป รหัส GD084 ไซส์ 6,8,10,12 *ส่งฟรี*








ขายปลีกพร้อมส่งราคา 720 บาท/ตัว สมาชิกรับราคาพิเศษ
เหลือไซส์ 6 ขวบ จำนวน 1 ตัว *ส่งฟรี*
เหลือไซส์ 8 ขวบ จำนวน 1 ตัว *ส่งฟรี*
เหลือไซส์ 10 ขวบ จำนวน 1 ตัว *ส่งฟรี*
เหลือไซส์ 12 ขวบ จำนวน 1 ตัว *ส่งฟรี*
*ด่วนมีจำนวนจำกัด*

สั่งสินค้าได้จากลิ้งค์ด้านล่างจ้าา
http://www.macaroonies.net/product/2532/ขายปลีกพร้อมส่ง-เสื้อผ้าเด็กขายปลีก-ชุดเดรสเด็กผู้หญิงผ้าฝ้ายยีนส์ลาย-vintage-blue-เกรดพรีเมี่ยมจากแบรนด์ชั้นนำส่งออกยุโรป-รหัส-gd084-ไซส์-681012

ขายส่งยกแพ็ค (พร้อมส่ง) 4 ชุด/แพ็ค ไซส์ 6,8,10,12 ไซส์ละ 1 ชุด
ราคา 1,450 บาท/แพ็ค สมาชิกรับราคาพิเศษ

สั่งสินค้าได้จากลิ้งค์ด้านล่างจ้าา
http://www.macaroonies.net/product/2518/ขายส่งพร้อมส่ง-เสื้อผ้าเด็กขายส่ง-ยกแพ็ค-4-ชุด-คละไซส์-ชุดเดรสเด็กผู้หญิงผ้าฝ้ายยีนส์ลาย-vintage-blue-เกรดพรีเมี่ยมจากแบรนด์ชั้นนำส่งออกยุโรป-รหัส-gd084ws-ไซส์-681012

พบสินค้าทั้งหมดได้ที่ http://www.macaroonies.net/

ชุดเดรสเด็กผู้หญิงผ้าฝ้ายลายจุด เกรดพรีเมี่ยมจากแบรนด์ชั้นนำส่งออกยุโรป รหัส GD103 ไซส์ 100,110,120,130 cm *ส่งฟรี*






ขายปลีกพร้อมส่งราคา 440 บาท/ตัว มี 2 สี, ชมพู,ฟ้า สมาชิกรับราคาพิเศษ
เหลือไซส์ 100 cm จำนวน 1 ตัว *ส่งฟรี*
เหลือไซส์ 110 cm จำนวน 1 ตัว *ส่งฟรี*
เหลือไซส์ 120 cm จำนวน 1 ตัว *ส่งฟรี*
เหลือไซส์ 130 cm จำนวน 1 ตัว *ส่งฟรี*
*ด่วนมีจำนวนจำกัด*

สั่งสินค้าได้จากลิ้งค์ด้านล่างจ้าา
http://www.macaroonies.net/product/2528/ขายปลีกพร้อมส่ง-เสื้อผ้าเด็กขายปลีก-ชุดเดรสเด็กผู้หญิงผ้าฝ้ายลายจุด-เกรดพรีเมี่ยมจากแบรนด์ชั้นนำส่งออกยุโรป-รหัส-gd103-ไซส์-100110120130

ขายส่งยกแพ็ค (พร้อมส่ง) 4 ชุด/แพ็ค ไซส์ 100,110,120,130 cm ไซส์ละ 1 ชุด
ราคา 870 บาท/แพ็ค สมาชิกรับราคาพิเศษ

สั่งสินค้าได้จากลิ้งค์ด้านล่างจ้าา
http://www.macaroonies.net/product/2514/ขายส่งพร้อมส่ง-เสื้อผ้าเด็กขายส่ง-ยกแพ็ค-4-ชุด-คละไซส์-ชุดเดรสเด็กผู้หญิงผ้าฝ้ายลายจุด-เกรดพรีเมี่ยมจากแบรนด์ชั้นนำส่งออกยุโรป-รหัส-gd103ws-ไซส์-100110120130

พบสินค้าทั้งหมดได้ที่ http://www.macaroonies.net/

วันอังคารที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2557

สิ่งแวดล้อมและการเรียนรู้ สร้างสมองเด็กให้ฉลาดได้อย่างไร (ฉบับพ่อแม่) บทที่ 5-6

ฝึกลูกให้มีทักษะทางด้านภาษา (เสื้อผ้าเด็กขายส่ง macaroonies)


นักภาษาศาสตร์บอกว่าเสียงที่แม่พูดกับลูกตอนเล็กๆ มีผลอย่างมากต่อพัฒนาการทางภาษาของลูก เสียงสูงๆ ของแม่เวลาพูดหยอกเย้ากับลูกจะทำ ให้ลูกตั้งใจและสนใจฟัง การพูดช้าๆ ด้วยคำสั้นๆ จะช่วยให้ลูกเรียนรู้ภาษาได้ดี เพราะจะทำ ให้ลูกรู้ถึงความแตกต่างของคำ และโดยเฉพาะถ้าพูดซํ้าๆ ก็จะให้ผลดียิ่งขึ้น เช่น ถ้าเด็กพูดว่า "อุ๊ย นก นก" แม่ก็ต้องพูดว่า "ใช่แล้วลูก นก นก" เพื่อยํ้าให้ลูกเข้าใจว่าที่ลูกพูดนั้นถูกต้องแล้ว

พ่อแม่สามารถพัฒนาลูกเล็กให้มีทักษะทางภาษาได้ตลอดเวลาที่ดูแลใกล้ชิดเขา เช่น ในระหว่างป้อนอาหาร เปลี่ยนผ้าอ้อม แต่งตัว และพยายามให้ลูกสื่อสัมพันธ์กับเรา แม้ว่าลูกเล็กๆ ยังไม่เข้าใจภาษาที่พ่อแม่พูดก็ตาม แต่เสียงพูดของพ่อแม่จะทำ ให้สมองลูกพัฒนาโดยเฉพาะทางด้านภาษา

เมื่อลูกได้ยินเสียงพ่อแม่พูดซํ้าแล้วซํ้าเล่า สมองส่วนที่ดูแลเรื่องภาษาและคำ พูดจะพัฒนา ให้พยายามถามคำ ถามที่ลูกจะตอบได้กว้างๆ เพื่อที่จะส่งเสริมพัฒนาการทางภาษา อย่างเช่น "นี่หนูคิดว่าหนูจะไปไหนหรือจ๊ะ" หรือว่า "หนูคิดว่าคุณยายจะพูดว่ายังไงคะ"

การอ่านหนังสือก็จะเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อสมาธิ ความจำ เพราะฉะนั้นการที่พ่อแม่พยายามพูดคุยสื่อสารกับลูกและการอ่านหนังสือให้ลูกฟังหรืออ่านหนังสือกับลูก จะเป็นการส่งเสริมพัฒนาการและเพิ่มทักษะทางด้านภาษาและการอ่าน ช่วยให้อ่านหนังสือได้เร็วและเข้าใจได้ดี

มีพ่อแม่บางคนเข้าใจผิด คิดว่าโทรทัศน์จะสอนให้ลูกพูดเก่งจากรายการโทรทัศน์ที่มีคนมาพูดเจื้อยแจ้วอยู่หน้าจอทั้งวัน แต่โทรทัศน์ไม่สามารถสอนภาษาให้ลูกได้ ไม่สามารถสอนให้ลูกรู้จักสื่อสารได้

ต่อไปนี้คือวิธีส่งเสริมลูกวัยต่างๆ ให้มีทักษะทางภาษาและการอ่าน

6 - 12 เดือน : เด็กจะชอบหนังสือเล่มใหญ่ๆ มีรูปภาพมากๆ มีรูปภาพที่เด็กคุ้นเคย เช่น ขวดนม ลูกบอล เด็กเล็กๆ ชอบเพลงและหนังสือภาพ

12 - 24 เดือน : เด็กจะชอบหนังสือที่มีภาพเด็กกำ ลังทำ สิ่งต่างๆ ที่เขาคุ้นเคย เช่น ภาพเด็กกำ ลังหลับ เด็กกำ ลังเล่นกับสัตว์เลี้ยง หนังสือที่เกี่ยวกับเรื่องการ "สวัสดี" "ลาก่อน" หนังสือที่มีตัวหนังสือน้อยๆ ใช้คำ คล้องจองที่เด็กสามารถเดาคำ ต่อไปได้ พ่อแม่ควรจะเล่านิทานให้เด็กฟังทุกวันจนกว่าเด็กจะบอกหรือแสดงว่าไม่อยากฟังนิทานอีกแล้ว

2 - 3 ขวบ : เด็กจะชอบหนังสือที่เล่าเรื่องประสบการณ์ชีวิตประจำ วัน เช่น ไปโรงเรียน ไปหาหมอ โดยเฉพาะคำ ง่ายๆ ที่เด็กสามารถจะจำ หรืออ่านได้ เด็ก 2 ขวบส่วนใหญ่สามารถนั่งฟังได้นาน5 - 10 นาที การอ่านหนังสือจะช่วยฝึกให้เด็กมีสมาธิได้ดี บางครั้งอาจจะเป็นสิ่งน่าเบื่อสำ หรับพ่อแม่ที่ต้องเล่านิทานเรื่องเดิมซํ้าๆ เพราะเด็กมักจะชอบฟังนิทานเรื่องเดิมๆ ซํ้าแล้วซํ้าเล่าจนเดาได้ว่าคำต่อไปจะเป็นอะไร เมื่อเราเล่านิทานซํ้าๆ ก็ควรให้เด็กช่วยเล่าด้วย

ฝึกลูกให้เป็นจิตรกรและนักกีฬา



เด็กที่เดินเป็นเร็วไม่ได้หมายความว่าเด็กคนนั้นจะเป็นนักกีฬาที่ดีแต่นักกีฬาที่มีชื่อเสียงก้องโลกส่วนใหญ่เริ่มฝึกทักษะมาแต่เล็กแต่น้อยอย่างเช่น ไทเกอร์ วูด นักกอล์ฟผู้ยิ่งใหญ่ลูกครึ่งไทย-อเมริกัน เริ่มจับไม้กอล์ฟ หวดไม้กอล์ฟ ตั้งแต่อายุ 10 เดือน เรื่องนี้ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่าอายุน้อยแค่ไหนที่จะเริ่มฝึกทักษะความสามารถต่างๆ ได้

แต่อย่างไรก็ตามเป็นที่ยอมรับกันว่า ถ้าอายุเกิน 12 ปีไปแล้วโอกาสที่ลูกจะมีทักษะด้านต่างๆจนเป็นผู้มีชื่อเสียง เป็นผู้เชี่ยวชาญคงเป็นไปได้ยาก เพราะทักษะในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กกล้ามเนื้อมัดใหญ่ต้องอาศัยการทำ งานของสมอง โดยเฉพาะการสร้างเครือข่ายเส้นใยสมองและการสร้างไขมันหุ้มรอบเส้นใยสมองจะต้องอาศัยการขยับหรือเคลื่อนไหวซํ้าๆ การทำ ซํ้าๆ จะทำ ให้เครือข่ายเส้นใยสมองอยู่มั่นคงขึ้น ทำ ให้เกิดทักษะ สรุปได้ว่าสมองของเด็กวัย 2 - 11 ปี จะเป็นวัยที่จะฝึกให้มีความเชี่ยวชาญต่างๆ ได้ แต่หลังจากอายุ 11 - 12 ปีแล้วก็ยากที่จะฝึกให้ชำ นาญได้ แต่สิ่งสำ คัญที่สุดคือเด็กจะต้องมีความชอบและมีความสุขที่จะทำ สิ่งนั้น

ยกตัวอย่างเช่นในกรณีของ เยา เช็ง มา ( Yeou-Cheng Ma) ซึ่งเริ่มฝึกไวโอลินเมื่ออายุ 2 ขวบครึ่ง โดยพ่อของเธอเป็นคนฝึกสอน เธอชนะเลิศไวโอลินสำ หรับเด็กวัยรุ่น น้องชายของเธอคือ โยโย(Yoyo) ก็เรียนเชลโลตั้งแต่อายุ 4 ขวบครึ่ง แต่ว่า เยา เช็ง มา หันหลังให้กับการเล่นไวโอลินเมื่ออายุ15 ปี เพราะไม่สามารถจะเป็นนักโซโลไวโอลินได้ เธอจึงเลิกเป็นนักดนตรี หันเป็นกุมารแพทย์แทนเธอไม่ได้เกลียดดนตรี เธอได้ตั้งวงดนตรีออร์เคสตร้าสำ หรับเด็กขึ้น เธอได้ให้ความเห็นว่าพ่อแม่ไม่ควรกดดันลูกมากนักในเรื่องของการฝึกทักษะหรือพรสวรรค์ด้านนี้ หน้าที่ของเด็กคือเล่น เด็กจะต้องมีเวลาเล่นสนุกสนาน ถ้าหากถูกกดดันมากเกินไป เด็กก็จะไม่มีความสุขที่จะฝึกทักษะนั้นๆ

สรุป

นอกเหนือจากแนวทางในการพัฒนาลูกในช่วง 3 ปีแรกของชีวิต และการส่งเสริมพัฒนาการลูกตามวัยแล้ว พ่อแม่ยังควรรู้จักแนวทางในการเลี้ยงดูลูกสำ หรับโลกยุคใหม่ที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมากมาย เพื่อพัฒนาลูกให้มีความสามารถรับมือกับสิ่งแวดล้อมนั้นได้

ในโลกสมัยใหม่นั้นการเลี้ยงดูลูกให้เป็นคนฉลาดเป็นคนเก่งอย่างเดียวก็ยังไม่เพียงพอ ลูกจะต้องมีคุณสมบัติด้านอื่นๆ ด้วย ต้องมีทักษะชีวิต รู้จักคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ข่าวสาร รู้จักแก้ปัญหามีความรับผิดชอบ เป็นคนมองโลกในแง่ดี สามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ดี และที่สำ คัญจะต้องมีจริยธรรม หรืออาจกล่าวได้ว่าพ่อแม่ยุคใหม่จะต้องเลี้ยงลูกให้เป็นทั้งคนเก่ง คนดี มีความสุข ลูกจึงประสบความสำ เร็จในชีวิต

แนวทางการเลี้ยงลูกยุคใหม่ที่หยิบยกมาเป็นแนวทางให้พ่อแม่ ที่กล่าวถึงกันมาก คือ การเลี้ยงลูกให้มี อีคิว หรือมีความสามารถในการพัฒนาทางอารมณ์ นอกจากนี้ยังมีเทคนิควิธีที่จะเลี้ยงดูลูกให้ประสบความสำ เร็จในชีวิต อย่างเช่น เลี้ยงลูกให้มีทัศนคติที่ดีต่อตัวเอง เลี้ยงลูกให้เป็นตัวของตัวเอง การฝึกลูกให้มีระเบียบวินัย การส่งเสริมลูกให้เป็นคนดี มีจริยธรรม ซื่อสัตย์ และรู้จักรับผิดชอบ

ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นข้อมูลความรู้ที่จะช่วยให้พ่อแม่และคนในครอบครัวได้นำ ไปพัฒนาลูกหลานให้เติบโตเป็นคนที่ประสบความสำ เร็จในชีวิต และเป็นคนที่มีคุณภาพของสังคม สามารถสร้างสรรค์สังคมนี้ให้น่าอยู่และเจริญก้าวหน้าต่อไปในอนาคต

ขอบคุณบทความดีๆจาก จากรายงานการวิจัย เรื่อง "สิ่งแวดล้อมและการเรียนรู้สร้างสมองเด็กให้ฉลาดได้อย่างไร" โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 รศ.พ.ญ.ศันสนีย์ ฉัตรคุปต์

โพสต์โดย W. Bond

วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2557

สิ่งแวดล้อมและการเรียนรู้ สร้างสมองเด็กให้ฉลาดได้อย่างไร (ฉบับพ่อแม่) บทที่ 5-5


ส่งเสริมลูกให้เป็นคนดี มีจริยธรรม ซื่อสัตย์ รู้จักรับผิดชอบ ( เสื้อผ้าเด็กขายส่ง macaroonies)


พ่อแม่สามารถปลูกฝังให้ลูกเป็นคนมีจริยธรรมได้ตั้งแต่แรกเกิด แต่ไม่ใช่ด้วยการพูดสั่งสอนเพราะลูกยังไม่รู้เรื่อง แต่ลูกจะซึมซับจากสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำ วันแต่ละวัน และจากการกระทำ ของพ่อแม่ เพราะฉะนั้นพ่อแม่ก็ต้องทำ ตัวให้เป็นตัวอย่างที่ดี (เสื้อผ้าเด็ก)

บางครั้งพ่อแม่ก็สอนเรื่องจริยธรรมให้กับลูกโดยไม่รู้ตัว เช่น แม่คนหนึ่งสังเกตว่าลูกวัย 6เดือนของเธอพอกินนมเสร็จก็จะขว้างขวดนมทิ้ง แรกๆ แม่คิดว่าลูกยังไม่รู้ว่าเป็นสิ่งที่ควรทำ หรือไม่แต่หลังจากนั้นแม่ก็เริ่มรู้สึกว่าลูกกำ ลังสนุกกับการโยนของทิ้ง แม่จึงหาวิธีแก้ไขด้วยการพยายามเล่นกับลูก เบี่ยงเบนความสนใจเมื่อลูกกินนมเสร็จ เอาของเล่นอย่างอื่นให้ แล้วค่อยเก็บขวดนมเปล่าออกไป เจ้าหนูก็หมดความสนใจที่จะขว้างขวดนมอีกต่อไป สิ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้เองเป็นการสอนระเบียบวินัย จริยธรรม การแยกแยะสิ่งดีไม่ดีให้กับลูก

ในตอนที่ลูกยังเล็กนั้น ลูกจะมีแต่ความเห็นแก่ตัวก่อนหรือนึกถึงแต่ตัวเองก่อน และคิดว่าสิ่งที่เขาต้องการเป็นสิ่งถูกต้อง อย่างเช่น เขาควรจะได้เค้กวันเกิดเยอะๆ เพราะว่าเขาชอบ ซึ่งพ่อแม่สามารถช่วยพัฒนาเรื่องจริยธรรมให้เกิดขึ้นได้ ด้วยการสอนลูกให้มีสัมพันธภาพที่ดีกับเด็กอื่น เช่นถ้าหากว่าไปแย่งของเล่นคนอื่น ก็ต้องสอนเด็กว่า "ถ้าคนอื่นเขามาแย่งของเล่นหนูไป หนูจะโกรธไหม"หรือ "อย่าไปตีพี่เขานะเพราะว่าแม่ไม่อยากให้พี่เขาเจ็บ ไม่อยากให้หนูไปทำ ร้ายพี่เขา" ขณะเดียวกันก็ต้องสอนให้ลูกมีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่น เช่น "เห็นมั้ยพี่เขาเจ็บแค่ไหนหนูไปตีพี่เขา" อย่างนี้เป็นต้น

ถ้าหากลูกมีความรู้สึกที่ดีหรือใส่ใจความรู้สึกผู้อื่น พ่อแม่ก็ต้องชมเชยให้ลูกรู้ว่าสิ่งที่เขาทำนี้เป็นสิ่งที่ดี อย่างเช่น ถ้าเขาให้น้องอ่านหนังสือของเขาก็ต้องชมเชยว่า "แหมหนูน่ารักจังเลย ให้น้องอ่านหนังสือของหนู" หรือ "หนูน่ารักจังเลยที่ช่วยน้อง"

จะเห็นว่าเด็กเล็กๆ ก็สามารถจะแสดงความเป็นห่วง แสดงความเห็นใจ เข้าใจความรู้สึกคนอื่น เช่น ถ้าเด็กเห็นแม่โกรธ ก็จะยื่นขวดนมมาให้เพื่อจะให้แม่หายโกรธ พออายุ 3 - 4 ขวบขึ้นไป เด็กจะเริ่มแสดงออกถึงความรู้สึกห่วงใยคนอื่นได้มากขึ้น เช่น ถ้ารู้ว่าแม่หิวเขาก็จะไปหาของกินมาให้แม่กิน เป็นต้น

การฝึกระเบียบวินัยก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะส่งเสริมลูกให้พัฒนาในเรื่องของจริยธรรม ในวัยที่ลูกเริ่มคลาน เริ่มเดิน เริ่มออกเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในโลกกว้าง ลูกพยายามที่จะทดสอบขอบเขตของโลกใหม่ของเขาตลอดเวลา ซึ่งเราเรียกว่า ลูกพยายามที่จะเรียนรู้กฎเกณฑ์ของสังคม พ่อแม่ควรจะเข้ามาชี้แนะสิ่งที่ถูกที่ควรให้ลูกตั้งแต่วัยนี้

กฎเกณฑ์ต่างๆ ที่พ่อแม่สอนลูกจะช่วยให้ลูกมีจริยธรรม รู้จักควบคุมความต้องการของตัวเอง รู้จักยับยั้งชั่งใจ มีความภูมิใจในตัวเองถ้าทำ สิ่งที่ถูกต้อง ขณะเดียวกันถ้าทำ ผิดก็จะมีความละอายเพราะทำ สิ่งที่ไม่เป็นที่ยอมรับของพ่อแม่ ความละอายนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตเป็นคนรู้จักผิดชอบชั่วดี อย่างเช่น ถ้าลูกรังแกสัตว์เลี้ยงในบ้านซึ่งเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ พ่อแม่ก็จะต้องสอนให้ลูกรู้ว่าการกระทำ นั้นเป็นสิ่งที่น่าละอาย เป็นสิ่งไม่ดี ถ้าลูกไม่เกิดความรู้สึกละอาย จะมีปัญหามากขึ้นเมื่อลูกอายุ 2 - 3 ปีขึ้นไป แต่ก็ควรระวังไม่ให้ลูกกังวลว่าแม่หรือพ่อจะไม่รักเขาเมื่อเขาทำ อะไรผิดเพราะฉะนั้นผู้ใหญ่จะต้องแยกความรู้สึกนี้ให้ได้ จะต้องแสดงให้เด็กเห็นความแตกต่าง เช่น "แม่รักหนู แต่แม่ไม่ชอบที่หนูโยนของทิ้ง" เป็นต้น

เมื่อลูกเริ่มหัดพูด พ่อแม่สามารถสอนลูกให้มีพฤติกรรมที่เหมาะสม มีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่น มีมารยาท อย่างเช่น "ไหนลองพูดขอบคุณซิคะ" พร้อมกับพ่อแม่ต้องทำ ตัวเป็นตัวอย่างที่ดีด้วย ลูกก็จะเรียนรู้พฤติกรรมที่ถูกต้อง ได้ผลดีกว่าสั่งให้ลูกพูดโดยไม่ทำ ตัวเป็นตัวอย่าง และควรเริ่มสอนลูกตั้งแต่เล็กๆ ลูก 2 ขวบก็สามารถจะเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ได้ดี

ลูกเรียนรู้เรื่องจริยธรรมตลอดเวลาแม้กระทั่งจากการพูดจาของคนในบ้าน ลูกจะได้แบบอย่างจากพ่อแม่ ลองคิดดูซิว่าจะมีผลต่อลูกอย่างไร ถ้าพ่อไม่อยากรับโทรศัพท์แล้วให้ลูกบอกว่าพ่อไม่อยู่ ทำ ให้ลูกได้เรียนรู้การโกหก เขาจะเลียนแบบ หรือถ้าพ่อพูดกับแม่ว่า "ขอบคุณนะครับที่ช่วย" หรือ

แม่บอกพ่อด้วยคำ พูดแบบเดียวกัน เด็กน้อยก็จะเลียนแบบเช่นกัน พ่อแม่ควรนึกอยู่เสมอว่าลูกเรียนรู้เรื่องจริยธรรมจากพ่อแม่ในการใช้ชีวิตประจำ วันทุกเวลานาที

ต่อไปนี้เป็นวิธีเลี้ยงลูกให้เป็นคนดี มีจริยธรรม ซื่อสัตย์ รู้จักรับผิดชอบ

1. จะต้องตอบสนองความต้องการของลูก ให้ลูกมีความสบาย ต้องให้ความสนใจกับลูก รับฟังลูกและให้สิ่งกระตุ้นที่ถูกต้อง ลูกจึงจะให้ความร่วมมือด้วยดี

2. ควรตั้งกฏระเบียบสำ หรับลูกตั้งแต่วัย 2 - 3 ขวบ แต่จะต้องมีเหตุผลที่ดี ต้องยุติธรรม และจะต้องเอาจริงกับกฎที่สำ คัญซึ่งอาจทำ ให้เกิดอันตรายกับลูก เช่น ห้ามลูกเล่นไม้ขีด ข้อห้ามเช่นนี้จะต้องห้ามลูกทำ อย่างเด็ดขาด

3. สอนให้ลูกรู้จักขอโทษและให้โอกาสแก้ตัวที่จะทำ สิ่งที่ถูกต้อง และแทนที่จะสอนถึงความซื่อสัตย์ด้วยปากเปล่า พ่อแม่ควรทำ ตัวเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกเห็นด้วย
4. สอนให้ลูกเกิดความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่น พยายามสนใจกับความรู้สึกของลูก และให้ลูกรู้จักสนใจหรือเข้าใจความรู้สึกของคนอื่น
5. พ่อแม่เป็นตัวอย่างในเรื่องของการสงบสติอารมณ์ไม่โวยวายเมื่อเกิดความเครียด
6. สอนให้ลูกเรียนรู้ว่าผลของการกระทำ ที่ตามมาจะเป็นอย่างไร เช่น ถ้าหากลูกขว้างของบ่อยๆ ก็ต้องบอกว่า "ถ้าหนูขว้างของบ่อยๆ มันจะแตก หนูก็จะไม่มีเล่นอีกแล้ว"
7. ที่สำคัญที่สุดจะต้องทำ ให้ลูกรู้ว่าพ่อแม่รักเขา

ขอบคุณบทความดีๆจาก จากรายงานการวิจัย เรื่อง "สิ่งแวดล้อมและการเรียนรู้สร้างสมองเด็กให้ฉลาดได้อย่างไร" โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 รศ.พ.ญ.ศันสนีย์ ฉัตรคุปต์

โพสต์โดย W. Bond

วันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2557

สิ่งแวดล้อมและการเรียนรู้ สร้างสมองเด็กให้ฉลาดได้อย่างไร (ฉบับพ่อแม่) บทที่ 5-4


เลี้ยงลูกให้เป็นตัวของตัวเอง (เสื้อผ้าเด็กขายส่ง macaroonies)


เด็กเล็กๆ ในช่วงขวบปีแรกยังต้องพึ่งผู้ใหญ่อยู่ เช่น จะต้องมีคนอุ้ม มีคนป้อนอาหารอาบนํ้าให้ จะต้องมีคนดูแลให้อยู่ในที่ที่ปลอดภัย แต่ยิ่งโตขึ้นลูกยิ่งต้องการพึ่งพาพ่อแม่น้อยลง

เมื่อถึงวัย 2 - 3 ขวบ ลูกจะเป็นนักผจญภัยมากขึ้น อยากออกไปสำ รวจโลกกว้าง แต่ในขณะเดียวกันก็อยากให้พ่อแม่อยู่ใกล้ๆ ด้วย ลูกจึงจะกล้าออกไปผจญภัยหรือเดินสำ รวจไปในที่ต่างๆ ด้วยความรู้สึกว่าปลอดภัย ความมั่นใจนี้จะนำ ไปสู่การเป็นคนที่รู้สึกเป็นอิสระ มั่นใจในตัวเอง จริงๆแล้วลูกจะต้องการความเป็นอิสระและการพึ่งพาผู้ใหญ่สลับไปสลับมาตลอดเวลา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการเติบโตของลูก เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นตลอดชีวิตของคนเรา

พ่อแม่หลายคนคิดว่าการชมเชยลูกมากๆ จะช่วยให้ลูกมีความมั่นใจในตัวเอง จริงๆ แล้วการชมเชยอย่างเดียวจะไม่ได้ผลเต็มที่ แต่เด็กจะต้องมีความรู้สึกว่าเขาได้ทำ อะไรสำ เร็จด้วย จึงจะทำ ให้เด็กรู้สึกดีกับตัวเองและเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเอง

พ่อแม่อาจจะสงสัยว่า ในเมื่อเราตอบสนองความต้องการของลูกทุกครั้งที่ลูกต้องการซึ่งทำ ให้ลูกรู้สึกว่าพ่อแม่อยู่ใกล้ๆ ตลอดเวลา แล้วลูกจะไม่เป็นคนที่ติดพ่อแม่หรือไม่เป็นลูกแหง่หรอกหรือลูกจะแยกตัวออกมาเป็นตัวของตัวเอง เป็นผู้ใหญ่ได้อย่างไร

ข้อนี้ให้จำ ไว้ว่าการที่เราตอบสนองความต้องการของลูกไม่ได้หมายความว่าจะต้องทำ ทุกอย่างให้ลูกหรือยอมให้ลูกทำ ทุกอย่างตามใจชอบ เช่น เรารู้ว่าลูกง่วงและถึงเวลานอนแล้ว เราก็จะต้องให้ลูกไปนอนแม้ว่าลูกยังอยากเล่นอยู่ก็ตาม คือ ตอบสนองตามความต้องการของเด็กได้ถูกต้องแต่ไม่ได้ตามใจ

เด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกัน บางคนค่อนข้างเงียบ ไม่ค่อยชอบสังคมเหมือนเด็กอื่น เด็กบางคนโกรธง่าย หงุดหงิดง่าย ในฐานะพ่อแม่เราจะต้องช่วยให้เด็กขี้อาย เงียบ ให้ออกไปเข้าสังคมมากขึ้น แต่ไม่ใช้วิธีเคี่ยวเข็ญผลักดันมากไป สิ่งสำ คัญคือผู้ใหญ่ต้องยอมรับว่าเด็กเป็นอย่างนี้เองและช่วยส่งเสริมให้เด็กดีขึ้น แทนที่จะคาดหวังว่าเด็กในวัยนี้ควรจะเลิกพึ่งพาพ่อแม่ ควรจะเป็นตัวของตัวเองเสียที

ฝึกลูกให้มีระเบียบวินัย (เสื้อผ้าเด็ก macaroonies)


การฝึกระเบียบวินัยเป็นสิ่งสำ คัญมากต่อพัฒนาการของลูกในอนาคต เป็นพื้นฐานให้ลูกรู้จักขอบเขตที่เหมาะที่ควร รู้จักควบคุมตัวเอง และเป็นคนมีจริยธรรม การตอบสนองลูกทุกเรื่องทุกครั้งไม่ใช่สิ่งดี เพราะลูกจะเรียนรู้ว่าเขาจะได้รับการตอบสนองทุกครั้งที่เขาต้องการ ลูกจะไม่ได้เรียนรู้การปฏิเสธ จะทำ ให้ลูกนิสัยไม่ดีและเป็นคนที่มีความต้องการมาก เอาแต่ใจตัวเอง ไม่มีระเบียบวินัย

ลูกควรจะเรียนรู้ว่ามีกฎเกณฑ์และจะต้องเชื่อฟังผู้ใหญ่ ซึ่งพ่อแม่จะต้องสอนไม่ใช่ด้วยการทำโทษ และอย่าคาดหวังว่าเด็กเล็กๆ จะทำ ทุกอย่างที่เราสั่ง ปกติแล้วเด็กเล็กๆ ไม่มีความอดทน ถ้าไม่พอใจก็จะแสดงออก จะตี ตะโกน หรือแสดงความโกรธออกมา เด็กยังไม่สามารถควบคุมตัวเองได้

การจะสอนให้เด็กรู้จักควบคุมตัวเองเป็นกระบวนการระยะยาวที่ไม่ได้สำ เร็จภายในวันเดียวและเป็นเรื่องปกติที่เด็กจะทดสอบกฎเกณฑ์ด้วยการฝ่าฝืนกฎระเบียบ ถ้าพ่อแม่เข้าใจและตอบสนองอย่างเหมาะสมโดยสมํ่าเสมอ ก็จะทำ ให้เด็กมีความรู้สึกว่าเขาอยู่ในโลกนี้อย่างปลอดภัย

โดยทั่วไปแล้วการกำ หนดขอบเขต การตั้งกฎเกณฑ์ ถ้าทำ ด้วยความตั้งใจที่ดีว่าเพื่อช่วยสอนลูก ก็จะได้ผลดีกว่าการตั้งกฎระเบียบเพื่อทำ โทษลูก อธิบายเหตุผลให้ลูกฟังว่าทำ ไมจะต้องให้ทำอะไรในเวลานั้น เช่น "แม่รู้ว่าหนูกำ ลังสนุกมากที่นี่ แต่ถึงเวลาที่เราจะต้องกลับแล้วนะคะ" หรือพยายามเปลี่ยนความสนใจของลูกหรือกิจกรรมที่ลูกกำ ลังทำ อยู่ด้วยคำ พูดในแง่บวก เช่น "หนูเขียนที่ข้างฝาไม่ได้นะคะ นี่กระดาษ หนูวาดบนกระดาษดีกว่า วาดบนกระดาษสวยกว่าวาดบนฝาผนัง" หรือถ้าจะห้ามลูกไม่ให้ทำ อะไรก็ต้องแสดงออกด้วยว่าทำ ด้วยความรัก อย่างเช่น "แม่รักหนูนะจ๊ะ แต่ไม่ชอบที่หนูกำ ลังทำ อยู่" และให้เหตุผลด้วย อย่างเช่น "หนูอย่าวิ่งขณะที่ถือกรรไกรอยู่ ถ้าล้มกรรไกรจะทิ่มเอานะ"

ถ้าหากต้องการให้ลูกทำ อะไรก็ใช้คำ สั่งที่สั้นๆ ชัดเจน เข้าใจง่าย อย่างเช่น "หนูเก็บพวกตุ๊กตาสัตว์ให้หมดทุกตัว" แทนที่จะบอกว่า "ไปทำ ความสะอาดห้อง" หรือให้เด็กเข้าใจว่าเราเข้าใจความรู้สึกของเขา แต่ก็ต้องมีขีดจำ กัด เช่น "แม่รู้ว่าหนูหิวมากแต่ก็ยังกลับไม่ได้" หรือแสดงให้ลูกเห็นว่าพฤติกรรมของเขามีผลต่อคนอื่น อย่างเช่น "น้องหนูเขาโกรธที่หนูไปหยิกเขา เห็นมั้ย ถ้าเผื่อเขาหยิกหนูบ้างหนูจะรู้สึกอย่างไร" ช่วยให้เด็กใช้คำ พูดที่จะสื่อสารแสดงออกถึงความรู้สึกของเขา เช่น "ลองบอกพี่หนูสิว่าหนูไม่ชอบนะที่พี่มาตีหนูแบบนี้" ถ้าหากเด็กทำ ดีก็ต้องชม เช่น "หนูน่ารักมากที่เก็บตุ๊กตาเสียเรียบร้อย ขอบคุณนะคะที่ช่วย"

ไม่ควรใช้การตีหรือเขย่าลูกเวลาทำ โทษ เพราะจากการวิจัยพบว่าการทำ โทษหรือการฝึกระเบียบวินัยด้วยการทำ โทษวิธีนี้จะมีผลในทางลบมากกว่า การฝึกระเบียบวินัย คือ การเรียนรู้ แต่ถ้าใช้วิธีตีหรือเขย่าด้วยความโกรธ ลูกจะเรียนรู้ว่านี่คือความกลัว คือความอาย ความดุร้าย และลูกจะรู้สึกว่าความรุนแรงเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ ลูกจะเรียนรู้ว่าเขาก็สามารถทำ รุนแรงได้เช่นกัน ถ้าหากผู้ปกครอง พ่อแม่ หรือคนเลี้ยงโกรธมากๆ ก็ต้องเดินออกไปจากที่นั้น นับ 1 - 10 หรือคุยกับเพื่อนหรือญาติหลังจากอารมณ์สงบลงแล้วจึงค่อยมาคุยกับลูก เวลาจะตาํ หนหิ รอื ทำ โทษจะต้องพดู ถงึ พฤติกรรมของลูก ไม่ว่าลูกเป็นคนไม่ดี แต่ต้องอธิบายว่าพฤติกรรมที่ลูกทำ นั้นมีผลเสียอย่างไร

การฝึกระเบียบวินัยให้ลูกมักจะทำ ให้ลูกโกรธ เพราะว่าลูกไม่สามารถทำ อะไรตามใจตัวเองได้ พ่อแม่จะต้องคำ นึงถึงความจริงข้อนี้ และจะต้องพยายามรักษาสัมพันธภาพที่ดีระหว่างพ่อแม่และลูกไว้ เพื่อลูกจะได้รู้สึกว่าพ่อแม่ยังรัก ให้ความอบอุ่นเขา เมื่อไรที่พ่อแม่รู้สึกว่าตัวเองทำ เกินกว่าเหตุกับลูก ก็ควรขอโทษลูก

มีการถกเถียงเกี่ยวกับเรื่องการฝึกระเบียบวินัยในเด็กว่าการตีเป็นสิ่งสมควรหรือไม่ ถ้าไม่ตีจะให้ทำ อย่างไร มีหลายความเห็น ฝ่ายหนึ่งบอกว่าถ้าตีจะทำ ให้เด็กฝันร้ายและเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ก็จะเป็นคนไม่แคร์ใคร แต่ถ้าหากไม่ตีไม่สอน ลูกจะมีนิสัยไม่ดี

นักจิตวิทยาบอกว่า การตีเป็นสิ่งที่ทำ ให้ลูกเชื่อฟังและได้ผลเร็ว แต่จะก่อให้เกิดความโกรธและความกลัว จากการวิจัยพบว่า เด็กที่ถูกตีตั้งแต่ก่อน 1 ขวบ เมื่ออายุ 4 ปีเด็กคนนั้นก็ยังต้องถูกตีอีก แสดงว่าการตีไม่ได้ทำ ให้เด็กหลาบจำ

อีกวิธีหนึ่งก็คือ ถ้าหากลูกทำ ผิด ให้จับลูกมานั่งตักนิ่งๆ สักพักหนึ่ง 1 - 2 นาที แล้วก็ปล่อยและอธิบายให้ฟังว่าเขาทำ ผิดอะไร

ขอบคุณบทความดีๆจาก จากรายงานการวิจัย เรื่อง "สิ่งแวดล้อมและการเรียนรู้สร้างสมองเด็กให้ฉลาดได้อย่างไร" โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 รศ.พ.ญ.ศันสนีย์ ฉัตรคุปต์

โพสต์โดย W. Bond

วันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2557

สิ่งแวดล้อมและการเรียนรู้ สร้างสมองเด็กให้ฉลาดได้อย่างไร (ฉบับพ่อแม่) บทที่ 5-2



เทคนิคการเลี้ยงลูกให้เป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุข


เทคนิคการเลี้ยงลูกให้เติบโตเป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุขดังที่พ่อแม่หวังนั้น เริ่มแรกพ่อแม่จะต้องส่งเสริมให้ลูกมีพัฒนาการขั้นพื้นฐานที่ดีเสียก่อน นั่นคือมีพัฒนาการดีทั้งด้านกาย ใจ สติปัญญา อารมณ์ และสังคม(เสื้อผ้าเด็กขายส่ง macaroonies)

ส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกาย


แน่นอนที่สุด สิ่งสำ คัญอย่างแรกที่พ่อแม่ต้องใส่ใจ คือ สุขภาพที่ดีและความปลอดภัยของลูกลูกจะต้องได้รับประทานอาหารที่จำ เป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกายและสมองดังที่ได้กล่าวมาแล้ว โดยเฉพาะในช่วงแรกเริ่มของชีวิต ถ้าลูกได้กินนมแม่จะดีที่สุด เนื่องจากอาหารเป็นพลังงานของสมอง เพราะฉะนั้นควรรับประทานอาหารให้ถูกวิธี ให้ได้คุณค่าครบถ้วน และรับประทานให้หลากหลายชนิดทั้งอาหารประเภทแป้ง เนื้อสัตว ์ ไขมัน ผักและผลไม ้ อาหารประเภทถ่วั และธัญพชื ซงึ่ใหผ้ ลดตี อ่ สมองทั้งสิ้น โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งเนือ้ ปลา ไขมนั จากปลาจะดีที่สุดต่อจากนั้นลูกจะต้องปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ โดยให้ลูกได้รับการตรวจอย่างสมํ่าเสมอจากกุมารแพทย์ และได้รับวัคซีนครบตามกำ หนด ถ้าไม่สบายต้องพาไปพบแพทย์เพื่อทำ การรักษาโดยเร็ว

ที่สำคัญต้องดูแลลูกให้อยู่ในที่ที่ปลอดภัย ไม่เกิดอันตราย เช่น ตกเตียง ตกจากที่สูง หรือได้รับความกระทบกระเทือนจากอุบัติเหตุ ฯลฯ นอกจากนี้ก็ต้องให้ลูกได้มีโอกาสออกกำ ลังกายสมํ่าเสมอด้วย จะมีผลให้เลือดไปเลี้ยงร่างกายและสมองได้ดี การออกกำ ลังกายจะทำ ให้สมองได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ โดยทั่วไปแล้วสมองหนักแค่ร้อยละ 2 - 3 ของนํ้าหนักตัว แต่สมองใช้ออกซิเจนถึงร้อยละ 40 - 50 ของออกซิเจนที่เราหายใจเข้าไป และการออกกำ ลังกายยังช่วยคลายเครียดได้ด้วย

สมองที่จะตื่นตัวเต็มที่ในการที่จะมีความคิดสร้างสรรค์ ความจำ ดี ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นด้วยเช่น การนอนหลับและพักผ่อนให้เพียงพอ ถ้าหากว่าไม่ได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ สมองก็จะพักผ่อนเองโดยอัตโนมัติ ทำ ให้ไม่มีสมาธิ หรืออาจจะเบลอ ความคิดไม่โลดแล่น ลดความสนใจในกิจกรรมตรงหน้า รวมทั้งเกิดความเครียดอาจถึงกับเสียสติก็ได้

ส่งเสริมพัฒนาการทางอารมณ์และความฉลาด


อารมณ์ที่ดีและความฉลาดของลูกสามารถเกิดขึ้นได้จากการเลี้ยงดูของพ่อแม่ตั้งแต่ในช่วง 3ปีแรกของชีวิตลูกหลังคลอด จากการโอบอุ้มของแม่ จากการมองสบตาขณะให้นมลูก ในช่วงเวลาเหล่านี้มีสิ่งต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย สิ่งสำ คัญที่สุด พื้นฐานที่สุด คือ พ่อแม่จะต้องให้ความรัก พูดคุยกับลูก อ่านหนังสือให้ลูกฟัง ช่วงเวลา 3 ปีแรกนี้เราสามารถจะช่วยสร้างสมองที่ดีที่จะอยู่กับลูกไปตลอดชีวิต

จากการวิจัยพบว่า สมองของเด็กที่ถูกทอดทิ้งไม่ได้รับการเอาใจใส่ ซึ่งเป็นเด็กที่ไม่มีพัฒนาการทางอารมณ์ สมองส่วนที่ดูแลเกี่ยวกับอารมณ์จะไม่พัฒนา และมีขนาดเล็กกว่าปกติเพราะว่าเด็กกลุ่มนี้ไม่ได้รับการเลี้ยงดูที่อบอุ่น ไม่ได้รับความรัก ความเอาใจใส่ในระยะแรกของชีวิตจึงทำ ให้ไม่มีเครือข่ายเส้นใยสมองในส่วนที่จะทำ ให้เกิดพัฒนาการทางอารมณ์ที่ดี

หรือเด็กเล็กๆ 2 - 3 ขวบที่ถูกทำ ร้าย เมื่อโตขึ้นก็มักเป็นคนที่ชอบทำ ร้ายคนอื่น ทำ ให้เพื่อนร้องไห้เสมอ เด็กกลุ่มนี้ซึ่งไม่ได้รับความสนใจจะเกิดความเครียดที่ยาวนานและเป็นคนโกรธง่ายโดยไม่มีสาเหตุ ผิดกับเด็กที่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างอบอุ่น ได้รับการตอบสนองที่ถูกต้องเหมาะสม และมีความผูกพันใกล้ชิดกับพ่อแม่ จะมีความสามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ที่เป็นปัญหาได้ดีกว่าสามารถเข้ากับเด็กอื่นได้ดีกว่า และสามารถเรียนหนังสือได้ดีกว่าเด็กที่ไม่ได้รับความอบอุ่น

มีการวิจัยพบว่า เด็กวัย 3 เดือนที่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างอบอุ่นสมํ่าเสมอ จะสร้างฮอร์โมนเครียดออกมาน้อย ถ้าเกิดอารมณ์โมโห โกรธ ก็จะหายโกรธเร็วกว่า แสดงว่าเด็กอายุเพียง 3 เดือนก็สามารถควบคุมความโกรธและความเครียดได้ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการเลี้ยงดู

นอกจากการเลี้ยงดูที่จะมีผลต่อพัฒนาการทางอารมณ์แล้ว การเล่นก็เป็นประสบการณ์การเรียนรู้ที่สำ คัญมากอย่างหนึ่งซึ่งจะส่งเสริมความฉลาด พวกเราส่วนใหญ่คิดว่าการเรียน คือการที่เราได้รู้ข้อเท็จจริงหรือความจริง แต่ความจริงแล้วเด็กๆ เรียนผ่านการเล่น ถ้าหากว่าเราคอยเฝ้าดูเด็กเล็กๆ 2 - 3 คนเล่นกัน เราจะเห็นว่าเด็กได้เรียนรู้หลายๆ อย่างจากการเล่นนั้น

ต่อไปนี้เป็นแนวทางในการเลี้ยงดูลูกให้มีพัฒนาการทางอารมณ์และสติปัญญาที่ดี
1.ให้ความรักความอบอุ่นและการตอบสนองต่อความต้องการของลูกอย่างถูกต้องเหมาะสม เช่น เมื่อลูกร้อง ต้องดูว่าหิวหรือเปียกหรือเจ็บไข้ไม่สบาย แล้วตอบสนองให้ถูกต้อง ไม่ใช่เวลาเด็กร้องแล้วเราเครียด ดุหรือตะโกนใส่ หรือจับเด็กแรงๆ ซึ่งจะเป็นผลเสียต่อการเรียนรู้ของเด็ก
2. ฝึกลูกให้รู้จักกิจวัตรประจำ วันที่สมํ่าเสมอ เช่น ตื่นเช้าต้องล้างหน้า อาบนํ้า แปรงฟัน แต่งตัว หรือดูแลให้กินให้นอนเป็นเวลา
3. มีเวลาพูดคุยกับลูกบ่อยๆ พยายามให้ลูกโต้ตอบ โดยถามคำ ถามที่สามารถจะตอบได้กว้างๆ เช่น "ละครสัตว์ที่ไปดูมาหนูชอบอะไรมากที่สุด" แทนที่จะถามว่า "ชอบละครสัตว์ไหม"
4. อ่านหนังสือและร้องเพลงให้ลูกฟัง จัดหาหนังสือให้ลูกแม้ว่าลูกยังไม่พร้อมจะอ่านก็ตามแต่เป็นการสร้างบรรยากาศให้ลูกคุ้นเคยกับการอ่านหนังสือ โดยพ่อแม่อ่านหนังสือให้ลูกฟังบ้าง ชี้ให้ลูกดูภาพในหนังสือบ้าง
5. ส่งเสริมให้ลูกใฝ่รู้ ก่อนอื่นต้องให้โอกาสเด็กได้เรียนรู้ เสาะแสวงหาคำ ตอบต่างๆ ด้วยตัวเอง มีอิสรภาพในการเสาะแสวงหาความรู้ การเรียนรู้ด้วยตัวเองเป็นสิ่งสำ คัญมาก ทำ ให้เด็กมีโอกาสมีประสบการณ์ด้วยตัวเขาเอง ได้สัมผัส จับต้อง ลองทำ ทดลองสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง ให้โอกาสลูกได้เล่นซุกซนอย่างปลอดภัย
6. เลือกรายการโทรทัศน์ให้ลูกดูและไม่ให้ดูมากเกินไป
7. จะต้องฝึกลูกให้มีระเบียบวินัย มีขอบเขต ไม่ทำ ตามใจชอบไปเสียทุกอย่าง
8. ฝึกลูกให้มีทักษะในการแก้ปัญหา โดยการให้ลูกช่วยเหลือตัวเองบ้าง หรือได้ทำ อะไรด้วยตัวเองบ้าง เพราะถ้าหากพ่อแม่คอยแก้ปัญหาให้ลูกทุกอย่าง ก็เหมือนตัดโอกาสที่ลูกจะได้เรียนรู้ขั้นตอนการแก้ปัญหา เพราะฉะนั้นต้องให้โอกาสเด็กแก้ปัญหาด้วยตัวเอง
9. ต้องจำ ไว้เสมอว่าเด็กทุกคนมีความเป็นตัวของตัวเองที่ไม่เหมือนกัน แต่ละคนมีความแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นเด็กจะมีความสนใจต่างกัน
10. คนเลี้ยงดูลูก จะต้องเป็นคนที่มีคุณภาพและเอาใจใส่เด็ก


ขอบคุณบทความดีๆจาก จากรายงานการวิจัย เรื่อง "สิ่งแวดล้อมและการเรียนรู้สร้างสมองเด็กให้ฉลาดได้อย่างไร" โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 รศ.พ.ญ.ศันสนีย์ ฉัตรคุปต์

โพสต์โดย W. Bond

วันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

สิ่งแวดล้อมและการเรียนรู้ สร้างสมองเด็กให้ฉลาดได้อย่างไร (ฉบับพ่อแม่) บทที่ 4-6


นมแม่กับการเพิ่มไอคิว (IQ)


นมแม่เป็นอาหารธรรมชาติที่ประเสริฐที่สุดที่จะทำ ให้เด็กในช่วง 4เดือนแรกสามารถจะมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่จำ เป็นต้องมีอาหารเสริมหรือนมกระป๋อง และนมแม่โดยเฉพาะนมหยดแรกที่มีสารโคลอสตรัม ยังมีภูมิคุ้มกันที่สามารถต้านทานโรคต่างๆ เด็กที่กินนมแม่จะมีอาการหูอักเสบเป็นหวัด เป็นผื่น หรือเป็นภูมิแพ้ น้อยกว่าเด็กที่กินนมกระป๋องหรือนมวัวส่วนตัวแม่ที่ให้นมลูกก็จะมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่าแม่ที่ไม่ได้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และจะลดนํ้าหนักหลังคลอดได้ดีกว่า ขณะเดียวกันการให้ลูกกินนมแม่ยังเป็นการคุมกำ เนิดแบบธรรมชาติได้ด้วย (เสื้อผ้าเด็กขายส่ง macaroonies)

แต่มีการตั้งข้อสงสัยว่า นมแม่สามารถเพิ่มความฉลาดหรือไอคิวให้ลูกได้หรือไม่ ตรงนี้ยังมีข้อมูลไม่ชัดเจนนัก มีการวิจัยใหม่ๆ หลายการวิจัยบ่งชี้ว่าเด็กที่กินนมแม่จะมีไอคิวสูงกว่า เรียนหนังสือได้ดีกว่าเด็กที่กินนมกระป๋องหรือนมวัว โดยดูจากการทดสอบไอคิวและผลการเรียน

แม้จะยังไม่มีใครชี้ชัดว่าทำ ไมนมแม่ถึงดีกว่านมวัวหรือนมกระป๋อง แต่ที่สำ คัญคือเอนไซม์ต่างๆ ที่เป็นตัวย่อยอาหาร หรือกรดไขมัน หรือโปรตีนที่อยู่ในนมแม่ค่อนข้างที่จะสลับซับซ้อน และอาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของสมอง สารบางตัวจะมีผลต่อการเจริญเติบโตของประสาทตา ทำ ให้เชื่อว่าเด็กที่เลี้ยงด้วยนมแม่มีความสามารถในการเห็นดีกว่าเด็กที่เลี้ยงด้วยนมวัว

อย่างไรก็ตามมีคำ ค้านจากนักวิชาการอีกกลุ่มหนึ่งว่าอาจไม่ใช่เพราะสารอาหารในนมแม่ที่วิเศษ แต่เนื่องจากแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะเป็นแม่ที่รักเอาใจใส่ลูก เด็กที่เลี้ยงด้วยนมแม่จะได้รับการสัมผัสโอบอุ้มตลอดเวลา จึงมีพัฒนาการทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ และสังคม ดีกว่าเด็กที่ไม่ได้กินนมแม่

ของเล่นที่ส่งเสริมพัฒนาการสมองและความฉลาด


พ่อแม่ส่วนใหญ่มักคิดว่าของเล่นที่ออกแบบอย่างซับซ้อน ราคาแพง จะสามารถพัฒนาลูกให้ฉลาดได้

ปัจจุบันมีการวิจัยว่าโมบายล์สีขาวดำ ช่วยพัฒนาการมองเห็นของลูกแรกเกิดได้ดี หรือเพลงคลาสสิคของโมซาร์ตจะช่วยพัฒนาสมองและพัฒนาการของลูก แล้วสิ่งเหล่านี้สามารถพัฒนาลูกให้ฉลาดได้จริงหรือไม่ เราสามารถจะกระตุ้นเด็กให้เป็นไอน์สไตน์อีกคนหนึ่งได้หรือไม่

จริงๆ แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการกระตุ้นใดๆ ก็ตาม ที่สำ คัญที่สุดคือ ต้องกระตุ้นอย่างเหมาะสมไม่มากไม่น้อยเกินไป หรือผิดวิธี และต้องเป็นไปตามช่วงวัยของลูก ผู้เชี่ยวชาญหลายๆ คนแนะนำ ให้พ่อแม่อย่าตื่นเต้นที่จะกระตุ้นลูกให้มากนัก เพราะจริงๆ แล้ว ของเล่นที่วิลิศมาหราหรือข้าวของเครื่องใช้ที่หรูหราไม่สำ คัญเท่าการพูดคุยกับเด็ก ให้เวลาคุณภาพกับเด็ก ข้าวของเครื่องใช้ที่มีรอบตัวภายในบ้านก็ใช้เป็นของเล่นได้ดี เช่น หม้อข้าว จาน ช้อน ฯลฯ

นักวิชาการบางคนมีความเห็นเกี่ยวกับการกระตุ้นสมองลูกว่า สมองเด็กเจริญเติบโตอยู่แล้วตามธรรมชาติ การช่วยกระตุ้นเป็นเพียงการเสริมสร้างเท่านั้น และนักวิชาการอื่นๆ ก็สนับสนุนว่าการกระตุ้นเด็กที่ดีที่เหมาะสม คือ การเลี้ยงเด็กแบบสมัยโบราณนั่นเอง ด้วยการพูดคุย เล่นกับเด็ก โดยเฉพาะการพูดด้วยเสียงสูงๆ ของแม่ เมื่อเวลาหยอกล้อกับลูก จะกระตุ้นสมองที่เกี่ยวกับการเรียนรู้ภาษาได้ดี

นักวิจัยกล่าวว่า ของเล่นง่ายๆ อย่างเช่น บล็อกไม้สี่เหลี่ยม ลูกปัดการเล่นจ๊ะเอ๋ ที่พ่อแม่ในสมัยโบราณใช้เลี้ยงดูลูกเป็นสิ่งวิเศษที่สุดในการเพิ่มพัฒนาการของกล้ามเนื้อ ภาษา และความฉลาด

และทางที่ดีที่สุดควรป้องกันสมองลูกไม่ให้ได้รับความกระทบกระเทือน ซึ่งจะป้องกันการสูญเสียเซลล์สมองหรือการมีพัฒนาการที่ผิดปกติ

สิ่งอื่น ๆ ที่ช่วยพัฒนาสมองลูก


สิ่งอื่นๆ ที่จะช่วยสร้างเส้นใยสมองให้ลูกหรือทำ ให้ลูกฉลาด คือเสียงดนตรี มีการวิจัยพบว่าดนตรีสามารถเพิ่มความคิดอย่างมีเหตุผลได้

การนึกคิด จินตนาการที่เป็นเหตุเป็นผลนี้จะเป็นข้อมูลพื้นฐานในเรื่องของเลขคณิต วิศวกรรมและการเล่นหมากรุก

มีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าดนตรีสามารถทำ ให้เด็กมีความคิดเป็นเหตุเป็นผลมากขึ้น จากการทดสอบเด็กที่เรียนเปียโนอย่างขะมักเขม้น พบว่ามีคะแนนสูงขึ้นกว่าก่อนเรียนเปียโน แต่ผลที่พัฒนาขึ้นนี้ไม่พบในเด็กที่เรียนคอมพิวเตอร์ หรือใช้คีย์บอร์ด หรือใช้เมาส์ หรือไปเรียนร้องเพลง

นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่า การเรียนเปียโนทำ ให้เราเห็นภาพการทำ งานในช่วงเวลานั้นๆยกตัวอย่างเช่น การที่นิ้วมือขยับไปและการที่คีย์หรือรูปแบบของโน้ตดนตรีทำ ให้เกิดเสียงดนตรีนั้นจะทำ ให้สมองสร้างเส้นใยสมองขึ้นมาเพื่อคิดเชื่อมโยงระหว่างตำ แหน่งของคีย์เปียโนกับเสียงที่เกิดขึ้น ซึ่งการใช้ดนตรีนี้เองจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงระยะยาวของเส้นใยสมอง แต่ที่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่รู้ คือ ผลของการเรียนหรือเล่นดนตรีในช่วงเด็กเล็กๆ นี้ จะทำ ให้เด็กเติบโตเป็นอัจฉริยะในช่วงมัธยมปลายหรือไม่

ขอบคุณบทความดีๆจาก จากรายงานการวิจัย เรื่อง "สิ่งแวดล้อมและการเรียนรู้สร้างสมองเด็กให้ฉลาดได้อย่างไร" โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 รศ.พ.ญ.ศันสนีย์ ฉัตรคุปต์

โพสต์โดย W. Bond